8 จุดเด่นหลักของเครื่อง “SLAM 100” Lidar 3D Scanner เครื่องสแกนพื้นที่ 3 มิติ สำหรับงาน Reverse Engineer , วัดปริมาตรในเชิงอุตสหกรรม SLAM มาจาก Simultaneous Localisation and Mapping ระบบทำแผนที่3มิติ และระบบตำแหน่งพร้อมกัน โดยใช้หลักการเคลื่อนที่ 3ทิศทาง จากตัวเครื่อง SLAM100 เองที่เลเซอร์หมุน 270°x360° และการเคลื่อนที่ของผู้ใช้งาน เลเซอร์ที่ยิงจะตกกระทบที่พื้นผิวของวัตถุ วันนี้เราได้รวบรวม 8 จุดเด่นหลักและสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้เลยครับ
- SLAM 100 คือ 3D Scanner หรือไม่ ?
ขอตอบว่าใช่ครับ แต่ลักษณะงานจะแตกต่างกับงานสแกน 3 มิติทั่วไป ตัวเครื่อง Slam 100 ทำงานโดย เครื่องจะยิงเลเซอร์ไปรอบๆตัวมันเอง 270°x360° เลเซอร์ที่ยิงจะตกกระทบที่พื้นผิวของวัตถุ หรือ อาคารและสะท้อนกลับมายังเครื่องอ่าน ทำให้เครื่องอ่านค่า Point Cloud ของสภาพแวดล้อมรอบตัวมันแบบเรียลไทม์
- Lidar SLAM 100 ต่างจากเครื่องสแกนเนอร์อื่น ๆ ยังไง ?
ตัว Lidar ของ Slam 100 เที่ยิงจะตกกระทบที่พื้นผิวของวัตถุ หรือ อาคารและสะท้อนกลับมายังเครื่องอ่าน ทำให้เครื่องอ่านค่า Point Cloud เท่านั้น แต่เครื่องสแกนเนอร์ 3 มิติทั่วไปจะใช้แสง Laser , LED Structure หรือ Infrared ในการเก็บข้อมูล ไฟล์ที่ได้จะเป็นงาน 3 มิติทั้งที่เป็นโมเดลและ Texture ในตัว
- SLAM 100 สแกนได้ไฟล์นามสกุลอะไร ?
เป็นนามสกุลไฟล์ Point Cloud ทั้ง 2 ประเภทคือ .e57 และ .LAS
- รองรับขนาดพื้นที่ได้เท่าไหร่ ?
หากในพื้นที่ราบในอากาศปกติ สามารถสแกนได้ระยะ 80-100 เมตร และรองรับความสูงสูงสุด 120 เมตร สแกนได้ใหญ่สูงสุด10,000ตรม.+
- ทนความร้อนไหม ?
สามารถทนความร้อนได้ดี สแกนพื้นที่ภายนอกในตอนกลางวันได้
- เหมาะกับงานประเภทไหน ?
งานสำรวจพื้นที่ เช่น ถ้ำ ภายในและนอกอาคาร การวัดปริมาตรอุตสหกรรม , งานวิศวกรรม Reverse Engineer
- เหมาะกับงานภายในหรือภายนอก ?
สามารถใช้ได้ทั้ง 2 พื้นที่ แต่จำเป็นต้องวางแผนการเดินก่อนสแกนจริง เพื่อความแม่นยำมากขึ้น
- ต้องซื้อ Software เพิ่มไหม ?
Slam 100 มาพร้อมซอฟต์แวร์ในตัว สามารถใช้ประมวลผลของไฟล์และวัดปริมาตรได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายรายปี